Pitchaya's Food

เมนูอาหาร สูตรอาหารไทย เคล็ดลับวิธีทำอาหาร บทความดีๆเกี่ยวกับอาหาร

หาเครื่องดื่มสมุนไพรเย็นๆ ในครัวมาดื่มกันดีกว่าค่ะ ลองมองดูซิคะว่าในครัวมีตะไคร้ที่เหลือจากการทำอาหารอยู่บ้างหรือเปล่าคะ ถ้ามีซัก 4-5 ต้น ก็รีบจัดการนำมาทำน้ำตะไคร้หอมๆ ดื่มดับร้อนกันเลย วิธีทำน้ำตะไคร้นั้นทำง่ายมาก ส่วนประกอบก็หาได้ง่ายจากในครัว ว่าแล้วเรามาลงมือทำน้ำตะไคร้กันเลยดีกว่า

สิ่งที่ต้องเตรียม
ตะไคร้ 4-5 ต้น
น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม (ใครชอบหวานก็ใส่เพิ่มได้นะคะ)
น้ำเปล่า 1 ลิตร

วิธีทำน้ำตะไคร้
- เริ่มจากนำต้นตะไคร้มาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งทิ้งไว้แห้ง เสร็จแล้วหั่นตะไคร้เป็นท่อนๆ เอาแค่หั่นแฉลบหนาๆ หน่อยก็พอค่ะ
- ใส่ตะไคร้ที่หั่นลงไปในกระทะ แล้วยกไปตั้งบนเตา เปิดใช้ไฟกลาง
- คั่วตะไคร้ให้หอม หรือจนให้น้ำมันของตะไคร้ออก จะไ้ด้กลิ่นหอมๆ ของตะไคร้เวลาเอาไปต้ม
- นำหม้อใส่น้ำยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำในหม้อเดือดจัด ก็ใส่ตะไคร้ที่เราคั่วแล้วลงไปในหม้อ
- ต้มทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เพื่อให้น้ำตะไคร้ออกสีเหลืองอ่อนๆ จากนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายลงไป รอจนน้ำตาลทรายละลายหมดแล้วก็ปิดไฟ
- ตั้งหม้อทิ้งไว้ซักพัก แล้วจึงนำไปกรองกับกระชอนตาถี่ๆ เพื่อแยกตะไคร้ออกจากน้ำ
- น้ำตะไคร้ที่ได้ก็จะมีสีออกเหลืองๆ ใสๆ แต่กลิ่นหอมชื่นใจค่ะ
- ใส่น้ำแข็งลงไปในแก้ว แต่งด้วยต้นตะไคร้ซักต้นนึง ตักน้ำตะไคร้ใส่ลงไปในแก้ว
- แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะน้ำตะไคร้หอม แสนอร่อยของเรา พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

วันนี้สาวเหนือจะทำ สะตอผัดกุ้ง ค่ะ เมนูนี้เป็นเมนูโปรดเลยทีเดียวค่ะ แต่ไม่เคยได้ทำกินเองซักที เคยแต่ซื้อของเค้ากิน เพราะแถวบ้านหาซื้อฝักสะตอยากค่ะ นี่ถ้าไม่ได้อนิสงค์จากยัยตัวเล็กข้างบ้าน รับรองไม่ได้กินแน่นอนเลย สะตอทั้งหมดนี้แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของแม่ครัวเลยนะคะ (เป็นค่าจ้างเล่นตีแบดกับยัยตัวเล็ก อิอิ) เค้าอยากหาเพื่อนเล่นตีแบด เวลามาชวนเราทีไรเราชอบอิดออดทุกที แต่วันนี้เธอรู้ทันกลัวว่าเราจะไม่เล่นตีแบดด้วย เลยหิ้วฝักสะตอมาล่อ เลยได้สมใจกันทั้งคู่ อีกคนได้สะตออีกคนได้เล่นตีแบด อิอิ มาค่ะตอนนี้เรามาลงมือทำ สะตอผัดกุ้ง กันดีกว่าค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
สะตอ 120 กรัม
กุ้งขาวใหญ่ 10 ตัว
พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
พริกขี้หนูแดง 8-9 เม็ด
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำสะตอผัดกุ้ง
- ก่อนอื่นเราต้องนำฝักสะตอมาแกะเอาเม็ดสะตอออกมาก่อน ลอกเปลือกสีขาวๆ ออกอีกทีนึง ทีนี้ก็นำเม็ดสะตอมาผ่าครึ่งเตรียมไว้
- กุ้งก็นำมาปอกเปลือกออก ตัดหัว ไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก เสร็จแล้วล้างน้ำแล้วซับตัวกุ้งให้หมาดๆ เตรียมไว้
- ทีนี้ก็มาตำน้ำพริกสำหรับทำผัดสะตอกันค่ะ เราจะทำสะตอผัดน้ำพริกกะปิ มาตำน้ำพริกกะปิกันก่อน โดยเริ่มจากหั่นพริกชี้ฟ้าเป็นท่อนๆ ใส่ลงไปในครกพร้อมกับพริกขี้หนูและกระเทียม ตำทุกอย่างให้ละเอียด
- ใส่กะปิตามลงไปตำเบาๆ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากันพักไว้ก่อน
- จากนั้นก็นำกระทะใส่น้ำมันยกขึ้นตั้งไฟ พอร้อนก็นำกุ้งลงไปผัดให้กุ้งพอสุกทั้งสองด้าน เสร็จแล้วตักใส่จานพักไว้
- ทีนี้ก็มาทำผัดสะตอกันได้แล้วค่ะ นำกระทะใส่น้ำมันสำหรับผัดยกขึ้นตั้งไฟ พอร้อนก็ใส่น้ำพริกกะปิลงไปผัด ระหว่างที่ผัดก็ดูด้วยว่าน้ำพริกกะปิของเราแห้งไปหรือเปล่า ถ้าแห้งไปก็เติมน้ำซุปลงไปด้วยเล็กน้อย ผัดต่อจนหอม
- ใส่กุ้งที่เราเตรียมไว้ลงไปผัด ตามติดมาด้วยสะตอค่ะ ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว และซอสหอยนางรม ผัดต่อไปซักครู่ไม่ต้องผัดนานนะคะ ผัดเอาแค่ให้กลิ่นเหม็นเขียวของสะตอหายก็พอค่ะ เสร็จแล้วปิดไฟ ตักสะตอผัดกุ้งใส่จานยกเสิร์ฟร้อนๆ

เมนูนี้ทำทานไปนานแล้ว แต่พึ่งจะได้ฤกษ์เอามาอัพให้เพื่อนๆ ดู ช่วงนี้งานยุ่งจริงๆ ไม่ค่่อยได้เข้ามาทำอาหารให้เืพื่อนๆ ชิม แต่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็จะไม่ลืมที่จะแว๊ปเข้ามา เพื่อเอาของอร่อยๆ มาฝากทุกๆ คน วันนี้ทานเมนูง่ายๆ กันไปก่อนนะคะ เมนูเห็ดชิเมจิยอดมะพร้าวอ่อนผัดน้ำมันหอย มาค่ะมาดูกันเลยว่าสูตร เห็ดชิเมจิยอดมะพร้าวอ่อนผัดน้ำมันหอย แสนอร่อยของเราจะทำออกมาแล้วอร่อยจริงหรือเปล่า

สิ่งที่ต้องเตรียม
ยอดมะพร้าวอ่อน 200 กรัม
กระเทียมไทยสับ 1 หัว
ซอสหอยนางรม 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา


วิธีทำเห็ดชิเมจิยอดมะพร้าวอ่อนผัดน้ำมันหอย
- เราก็จะเริ่มจากนำเห็ดชิเมจิมาแยกออกเป็นดอกๆ ตัดโคนทิ้งไป เสร็จแล้วก็ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ตะกร้าพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
- ยอดมะพร้าวอ่อนล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป พอร้อนใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอม
- ซักครู่ก็ใส่ยอดมะพร้าวอ่อนตามลงไปผัด
- ทีนี้จึงใส่เห็ดชิเมจิลงไป เติมน้ำลงไปด้วยเล็กน้อยเพื่อจะได้ไม่แห้งจนเกินไป
- ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดต่อจนสุก ปิดไฟ ตักเห็ดชิเมจิยอดมะพร้าวอ่อนผัดน้ำมันหอยใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี ยกไปทานกับข้าวสวยร้อนๆ

เมื่อวานเย็นไปตลาด เห็นถั่วงอกขาวๆ อวบๆ แล้วรีบซื้อติดมือทันที เพราะนานแล้วที่ไม่ได้กินผัดถั่วงอก วันนี้เลยได้เมนูผัดถั่วงอกเต้าหู้แสนอร่อยเอามาฝากเพื่อนๆ ความจริงแม่จะคอยบอกอยู่เสมอว่าเวลาเลือกซื้อถั่วงอกอย่าเลือกที่มันขาวๆ อวบๆ เพราะเค้าจะใส่สาร กินเข้าไปบ่อยๆ มันอันตราย ให้เลือกแบบที่เค้าเพาะธรรมชาติไม่ใส่สารฟอก แต่เรากลับคิดว่ามันไม่สวย เอาแบบขาวๆ มันน่ากินกว่า แต่ไม่เป็นไรเราไม่ค่อยได้กินบ่อยๆ นานๆ กินทีคงไม่เป็นไรมั็๊๊ง อิอิ ตอนนี้เรามาเข้าครัวลงมือทำผัดถั่วงอกเต้าหู้กันดีกว่าค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
ถั่วงอก 200 กรัม
เต้าหู้แข็ง 1 ก้อน
พริกหวานแดงเหลือง 1 อย่างละ ลูก
ต้นหอม 2-3 ต้น
คื่นช่าย 2 ต้น
กระเทียมไทย 2 หัว
พริกขี้หนู 4 เม็ด
ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำผัดถั่วงอกเต้าหู้
- เริ่มจากนำเต้าหู้มาหั่นครึ่งแบบกากบาทให้ได้ 4 ชิ้น แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ ใช้ไฟอ่อน ทอดจนเหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น เสร็จแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ บางขนาดพอดี
- ล้างถั่วงอกให้สะอาด ซาวขึ้นจากน้ำใส่ตะกร้าพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
- ต้นหอมและคื่นช่ายหั่นเป็นท่อนยาวๆ ส่วนพริกแดงพริกเหลืองก็หั่นเตรียมไว้เช่นกันค่ะ
- กระเทียมบุบพอแตกสับด้วยเล็กน้อย ส่วนพริกขี้หนูหั่นแฉลบ
- ทีนี้ก็นำกระทะใส่น้ำมันยกขึ้นตั้งไฟ พอร้อนใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่พริกขี้หนูตามลงไปผัด
- ทีนี้ก็ใส่ถั่วงอกลงไปผัดได้เลย ซักครู่ก็ใส่เต้าหู้ทอดตามลงไป ต่อด้วยพริกหวานเหลืองแดง
- ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ถ้ารู้สึกว่าแห้งไปก็เติมน้ำซุปลงไปอีกเล็กน้อยนะคะ ผัดต่อซักครู่ ใส่ต้นหอมและคื่นช่าย ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ
- ตักผัดถั่วงอกเต้าหู้ใส่จานยกไปทานกับข้าวสวยร้อนๆ

พอดีเพื่อนๆ โทรมานัดว่าจะพากันมาเที่ยวที่บ้าน เราเตรียมอาหารหลายอย่างไว้รับรองเพื่อนๆ หนึ่งในนั้นก็มีเมนู แกงคั่วยอดมะพร้าวอ่อน อยู่ด้วย เมนูนี้เป็นเมนูเรียกร้องจากเพื่อนๆ เค้าบ่นมาว่าเค้าหาทานแกงคั่วรสจัดๆ อร่อยๆ ทานได้ยาก จะทำเองก็หาน้ำพริกแกงไม่ได้ พอดีเค้าเคยเห็นเราทำแกงคั่วปลาดุกหน่อไม้ดองในบล็อคของเรานานแล้ว เค้าเลยรีบจองเมนูนี้มา แ่ต่พอดีมันกระทันหันเราหาหน่อไม้ดองไม่ได้ เลยต้องใช้ยอดมะพร้าวอ่อนแทน ผลออกมาอร่อยจนเพื่อนๆ ขอสูตรและขอน้ำพริกแกงกลับบ้านกันถ้วนหน้า อิอิ มาดูซิคะว่า แกงคั่วยอดมะพร้าวอ่อน ที่อร่อยๆ ของเพื่อนๆ นั้นทำยังไงเอ่ย

สิ่งที่ต้องเตรียม
ยอดมะพร้าวอ่อน 300 กรัม
ปลาดุก 500 กรัม
น้ำพริกแกงคั่ว 100 กรัม
กะทิ 400 มล.
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 3 เม็ด
ใบมะกรูดฉีก 5-6 ใบ
โหระพาเด็ดใบ 2 ช่อ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงคั่วยอดมะพร้าวอ่อน
- ก่อนอื่นเราก็นำยอดมะพร้าวไปล้างน้ำก่อน แล้วนำมาฝานเป็นชิ้นๆ หรือจะหั่นก็ได้แล้วแต่ชอบค่ะ
- จากนั้นนำปลาดุกมาคลุกเกลือป่น แล้วล้างน้ำให้หมดเมือก พักไว้
- สำหรับน้ำพริกแกงคั่วของเราวันนี้ก็เป็นน้ำพริกแกงคั่วที่โขลกเองค่ะ กลับไปดูเมนู แกงคั่วปลาดุกหน่อไม้ดอง นะคะ
- ยกหม้อขึ้นตั้งไฟ ช้อนหัวกะทิด้านบนๆ ใส่ลงไป พอกะทิแตกมันก็ใส่น้ำพริกแกงคั่วลงไปผัด ผัดจนหอม
- จากนั้นใส่กะทิส่วนที่เหลือลงไปครึ่งหนึ่ง พอกะทิเริ่มเดือดก็ใส่ปลาดุกลงไป ยังไม่ต้องรีบคนนะคะ
- ตั้งหม้อทิ้งไว้ซักพัก จึงใส่ยอดมะพร้าวอ่อนตามลงไป คนให้เข้ากันแล้วเติมน้ำกะทิส่วนที่เหลือลงไปให้หมด
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปิ๊บ คนให้เข้ากัน พอทุกอย่างสุกก็ใส่พริกแดง ใบมะกรูด และโหระพาลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยยกเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวย แต่เพื่อนเค้าทานกับเส้นขนมจีนกันค่ะ

ซื้อปลาเส้น (ฮื่อก๊วย) มาชิ้นนึง ตั้งใจว่าจะเอามาทอดจิ้มกับน้ำจิ้ม แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำซักที พอวันนี้เอาออกจากตู้เย็นมา กลายเป็นว่าเปลี่ยนใจเอามาทำ ปลาเส้นผัดกะเพรา ดีกว่า น่าจะแซ่บอร่อยกว่ากันเยอะเลย ใครอยากทาน ปลาเส้นผัดกะเพรา ก็เข้าครัวมาช่วยกันทำเลยดีกว่ามั๊ยคะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
ปลาเส้นต้ม (ฮื่อก้วย) 1 แท่ง
กระเทียมไทย 1 หัวใหญ่ๆ
พริกชี้ฟ้าแดง 7-8 เม็ด
หอมหัวใหญ่ 2 หัว
กะเพราเด็ดใบ 1 ถ้วย
ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำเปล่าเล็กน้อย
น้ำมันพืชสำหรับผัด

วิธีทำปลาเส้นผัดกะเพรา
- เริ่มจากนำฮื่อก้วยมาตัดเป็น 3 ท่อน แล้วฝานเป็นแผ่นบาง จากนั้นก็หั่นเป็นเส้นๆ ตามความยาว
- หอมหัวใหญ่ปอกเปลือกล้างน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ
- พริกชี้ฟ้ากับกระเทียมก็ใส่ครก ตำให้แตกพอหยาบๆ
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป พอร้อนก็ตักพริกกับกระเทียมลงไปผัดให้หอม
- จากนั้นก็ใส่ปลาเส้นลงไป ผัดให้เข้าักัน
- ใส่หอมหัวใหญ่ตามลงไปเลยค่ะ แล้วเติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย
- ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย จากนั้นก็ใส่ใบกะเพราลงไป
- ผัดให้เข้ากันซักครู่ พอใบกะเพราสุก ปิดไฟ

นึกอยากกินแกงส้มตูนมานานแล้ว แต่ไม่ได้กินซักทีเพราะแถวๆ บ้านหาซื้อยากมาก แต่วันนี้โชคดีเห็นมีวางขายอยู่เลยซื้อกลับมาบ้านด้วย ปกติจะแกงใส่ปลาช่อนหรือปลาดุำกจะอร่อยมาก บังเอิญในตู้เย็นมีปลาซาบะเหลืออยู่ตัวนึง แกงใส่ปลาซาบะก็ได้เนาะอร่อยเหมือนๆ กันค่ะ อ้อ! ลืมบอกไปตูนที่คนเหนือนำมาแกงก็คือคูนของคนภาคกลาง หรือออดิบของคนภาคใต้นั่นเองค่ะ เรามาลงมือทำแกงส้มตูนกินกันดีกว่าค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
ก้านตูน 3 ก้าน
ปลาซาบะ 1 ตัว
พริกชี้ฟ้า 4-5 เม็ด
ขมิ้น 5 แว่น
ตะไคร้กซอย 2 ต้น
หอมแดง 3 หัว
กระเทียมไทย 1 หัว
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
แมงลักเด็ดใบ 1 ถ้วย

วิธีทำแกงส้มตูน
- นำก้านตูนมาล้างน้ำให้สะอาดทุกซอกมุมของก้านตูน เสร็จแล้วลอกเอาเปลือกด้านนอกออกให้หมด
- ตัดก้านตูนเป็นท่อนๆ ขนาดประมาณ 1.50 นิ้ว ถ้าก้านใหญ่ไปก็ผ่าครึ่งด้วยก็ดีค่ะ
- ทีนี้ก็ล้างปลาหั่นเป็นแว่นๆ เตรียมไว้
- ต่อไปก็มาตำน้ำพริกแกงกันค่ะ โดยนำตะไคร้ซอย ขมิ้นหั่นแว่น พริกชี้ฟ้า กระเทียม หอมแดง เกลือป่น และกะปิ ใส่ครกตำให้ละเอียด
- นำหม้อใส่น้ำยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดก็ใส่พริกแกงส้มลงไป
- พอน้ำในหม้อเดือดอีกครั้งเราก็ใส่ก้านตูนลงไป (ก้านตูนต้องบีบๆ ก่อนใส่ลงไปนะคะ เพื่อไล่ฟองอากาศออก) ใช้ทัพพีกดๆ ให้ก้านตูนยุบลงไป
- เสร็จแล้วใส่เนื้อปลาตามลงไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องคนนะคะ เดี๋ยวจะเหม็นคาว
- พอปลาสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา และใส่ใบแมงลักลงไป คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ใส่น้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากันอีกที ตักแกงส้มตูนใส่ถ้วยยกเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ

เพื่อนๆ เคยทานเห็ดนางผัดไข่กันมั๊ยคะ เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดของเราเลย จำได้ว่าสมัยเรียนมหาลัยจะมีร้านประจำอยู่ร้านนึง ถ้าเข้าร้านนี้ทีไรแม่ค้าจะรู้ทันทีว่าเราจะสั่งอะไร ตอนนั้นเรายังทำอาหารไม่ค่อยเป็น แต่เวลาแม่ค้าทำเห็ดนางฟ้าผัดไข่ให้ เราก็จะแอบเมียงๆ มองๆ ดูว่าเค้าทำยังไงแล้วใส่อะไรมั่ง แต่เดี๋ยวนี้น่ะเหรอ ทำได้อร่อยกว่าแม่ค้าอีกค่ะ (ขี้โม้ อิอิ ) มาค่ะมาทำเห็ดนางฟ้าผัดไข่ทานกันเลยดีกว่า พูดมากไปก็ได้ทานช้าไปอีก อิอิ

สิ่งที่เตรียม
เห็นนางฟ้า 200 กรัม
เนื้อหมู 100 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
คื่นช่าย 1 ต้น
ต้นหอม 2 ต้น
กระเทียมสับ 6-7 กลีบ
พริกหนุ่ม 1 เม็ด
พริกชี้ฟ้า 1 เม็ด
ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำเห็ดนางฟ้าผัดไข่
- เริ่มจากการนำเห็ดนางฟ้ามาตัดโคน ล้างน้ำทำความสะอาด นำเห็ดมาหั่นหยาบๆ ใส่ชามเตรียมไว้ (อย่าลืมบีบน้ำออกด้วยนะคะ)
- นำเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอดีคำ
- ส่วนพริกหนุ่มและพริกฟ้านำมาหั่นแฉลบ ความจริงใส่แค่พริกหนุ่มอย่างเดียวก็ได้ แ่ต่อยากได้รสออกเผ็ดๆ บ้างเลยเพิ่มพริกชี้ฟ้าไปด้วย
- ล้างคื่นช่ายและต้นหอม หั่นเป็นท่อนๆ เตรียมไว้
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป พอร้อนใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอม
- ใส่เนื้อหมูตามลงไปผัด ผัดจนเนื้อหมูเริ่มหด ใส่พริกหนุ่มและพริกชี้ฟ้าลงไปผัด
- จากนั้นจึงใส่เห็ดนางฟ้าลงไปผัด ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน
- พอเห็ดใกล้จะสุก ใช้ทัพพีเขี่ยตรงกลางให้เป็นหลุม ใส่ไข่ไก่ลงไป ตีไข่แดงให้พอแตก พักทิ้งไว้จนกว่าไข่ด้านล่างจะสุก แต่ด้านบนยังเยิ้มๆ อยู่ จากนั้นก็คนให้เข้ากัน
- ผัดต่อจนไข่สุกทั่ว ใส่พริกไทยป่น คืนช่ายและต้นหอมลงไป ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักเห็ดนางฟ้าผัดไข่ใส่จานโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย ยกเสิร์ฟร้อนๆ ได้เลยค่ะ