ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลูกชุบ



ไม่รู้เป็นไง ชอบทานม๊ากมากเลย ลูกชุบนี่ ไม่ว่าเห็นวางขายที่ไหนเป็นต้องซื้อทานตลอด ขนาดคนอื่นบอกว่าร้านนี้ไม่ค่อยอร่อยก็ตาม เราต้องบอกว่าอร่อยซิ เคยทานแล้ว (แต่จริงๆ ยังไม่เคยซื้อทานเลย ต้องรีบว่าอร่อยไว้ก่อนทุกครั้งกลัวพลาดโอกาสได้กิน) ไม่เคยลงมือทำเอง คิดว่าคงทำอยากมากเลย พอดีเมื่อวันก่อนไปบ้านสวนของเพื่อน คุณป้าของเพื่อนกำลังทำอยู่ เลยรีบเข้าไปขันอาสาขอเป็นลูกมือ เพื่อแอบจำสูตรการทำลูกชุบของโปรดของตัวเอง คุณป้าก็ใจดีไม่หวงเลย แถมยังสอนอย่างละเอียดอีกต่างหาก ทีนี้ล่ะร้านลูกชุบไม่ได้กินเงินยัยคนนี้อีกร๊อก มาค่ะมาดูกรรมวิธีการทำลูกชุบของโปรดดีกว่าค่ะ


สิ่งที่ต้องเตรียม

ถั่วเขียวซีก 250 กรัม
กะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว 250 กรัม
น้ำลอยดอกมะลิ 2 1/2 ถ้วย
วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวขูดขาว 1/3 ถ้วย
สีผสมอาหาร
ไม้เสียบลูกชิ้น

วิธีทำ

- แช่ถั่วเขียวซีกในน้ำทิ้งไว้ 1 คืน นำไปใส่ลังถึงนึ่งที่รองผ้าขาวบางไว้ นึ่งจนสุก
- นำถั่วที่นึ่งสุก มะพร้าวขูดขาว และกะทิ ใส่รวมกันลงไปในเครื่องปั่น ปั่นทุกอย่างให้ละเอียด
- เมื่อละเอียดดีแล้วนำไปใส่ในกระทะทองหรือถ้าไม่มีใช้กระทะเทปล่อนแทนก็ได้ แล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน
- ยกกระทะขึ้นตั้งไฟใช้ไฟกลางเคี่ยวไปจนเดือด ในระหว่างที่เคี่ยวหมั่นใช้ไม้พายคน
- เมื่อเริ่มเหนียวแล้วให้หรี่ไฟ แล้วกวนไปเรื่อยๆ จนแป้งร่อนได้ความเหนียวตามต้องการ หรือพอที่จะปั้นได้
- ยกลงจากเตา รอให้เย็น ใช้เวลาซักประมาณ 1 ชั่วโมง น่าจะใช้ได้ค่ะ
- จากนั้นก็เริ่มการปั้นลูกชุบเป็นรูปผลไม้หรือรูปอะไรก็ได้ตามต้องการ เพราะเราไม่ได้ทำขาย ใครไม่ค่อยมีฝีมือในการปั้นก็ปั้นเป็นลูกกลมๆ เหมือนเจ้าของบล็อกนี้ก็ได้ แล้วก็แอบอ้างเป็นผลส้มมั่ง เชอรี่มั่งง่ายดีค่ะ
- เมื่อปั้นเสร็จให้ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นเสียบตรงส่วนที่เราจะใช้เป็นขั้วของผลไม้ แล้วระบายสีตามลักษณะสีผลไม้นั้นๆ เมื่อระบายเสร็จแล้วให้นำไปเสียบพักไว้บนแผ่นโฟม
- นำผงวุ้นผสมน้ำลอยดอกมะลินำขึ้นตั้งไฟ คนให้เข้ากัน รอจนเดือด แล้วหรี่ไฟหมั่นคนตลอด รอจนน้ำวุ้นใส ในระหว่างนั้นถ้าเกิดฟอง ให้ช้อนฟองทิ้งให้หมด เพื่อที่เวลาชุบจะได้ไม่เป็นฟองอากาศ หรือผิวไม่เนียนเรียบ
- นำผลไม้ลงจุ่มทีละอัน หมุนไม้ให้ทุกด้านถูกวุ้นเคลือบเท่าๆกัน แล้วค่อยๆยกขึ้นมาปักไว้บนแผ่นโฟมทำจนหมดก้อนแป้งที่ปั้นไว้ จากนั้นนำวนกลับมาชุบวุ้นใหม่อีก 2 รอบค่ะ เพื่อให้ผิวเป็นมัน เนียนสวย
- เมื่อเรียบร้อยแล้วรอให้วุ้นแห้ง พอแห้งก็ถอดออกจากไม้ แล้วนำใบแก้วมาตัดแต่งให้เป็นใบ เพื่อเสียบเป็นก้านผลไม้ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ

เคล็ดลับ

วุ้นสำหรับชุบถ้าเรายกลงจากเตาจะทำให้วุ้นเย็นและแห้งเร็ว ถ้าอยากให้วุ้นอุ่นตลอดให้ใช้หม้อปากกว้างใส่น้ำพอประมาณ ต้มให้เดือดหรี่ไฟลง แล้วเอาหม้อวุ้นลงไปใส่ลงในหม้ออีกที ทีนี้วุ้นก็จะร้อนอยู่ตลอดและไม่ไหม้เหมือนตั้งไฟบนเตาโดยตรง

ความคิดเห็น

casino กล่าวว่า
ชอบทานมากๆ เลยคะ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แกงกะหล่ำปลีใส่หมู

ไปเที่ยวที่บ้านกลับมาคราวนี้ เราแบกผักสดมาจากบ้านเยอะมาก มีทั้งลูกขนุนอ่อน ถั่วฝักยาว พริกหนุ่ม กระเทียมสด มะเขือเทศ แล้วยังมีกะหล่ำปลีอีกด้วย ทุุกอย่างเป็นผลิตผลจากสวนของน้าซึ่งเป็นน้องชายของแม่ทั้งนั้น วันนี้เราเลยลงมือทำแกงกะหล่ำปลีใส่หมู ซึ่งเป็นสูตรอาหารของชาวเหนือแท้ๆ มาค่ะมาดูว่าแกงกะหล่ำปลีใส่หมูของสาวเหนือเช่นเราทำกันยังไงน๊า สิ่งที่ต้องเตรียม กะหล่ำปลีซอยหยาบๆ 1 หัว (ประมาณ 500 กรัม) เนื้อหมูหั่นชิ้นพอดีคำ 250 กรัม มะเขือเทศสีดาผ่าครึ่ง 5-6 ลูก พริกขี้หนูแห้ง 12 เม็ด กระเทียม 7 กลีบ หอมแดง 2 หัว เกลือป่น 1/2 ช้อนชา กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมผักชีซอย 2-3 ต้น วิธีทำแกงกะหล่ำใส่หมู - เรามาลงมือตำน้ำพริกกันก่อนค่ะ โดยนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม เกลือป่น และกะปิ ใส่ครกตำให้ละเอียด - เอาหมูใส่ลงไปในหม้อ ตักน้ำพริกแกงที่ตำไว้ใส่ตามลงไป - ใช้น้ำเปล่าล้างครกให้เกลี้ยง เทใส่ลงไปในหม้อ คนให้พริกแกงละลาย ยกหม้อขึ้นตั้งไฟ คั่วไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มแห้ง ทีนี้ก็ใส่น้ำลงไปกะให้ท่วมเนื้อหมูและกะหล่ำปลี ตั้งทิ้งไว้รอให้เดือด - พอน้ำในหม้อเดือด ก็ใ่ส่กะหล่ำปลีลงไป ใช้ทัพพีกดเบาๆ ให...

ขนมเบื้องไส้เค็ม

ขนมเบื้องไส้เค็มที่เราทานๆ กันอยู่บ่อยๆ จะสังเกตุเห็นว่าจะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนแป้ง ส่วนที่ 2 คือส่วนของไส้เค็ม ส่วนที่ 3 คือส่วนของครีมน้ำตาล ดูๆ แล้วเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะทำเอง แต่ถ้าได้ลงมือทำจริงๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด ลองเอาสูตรไปทำทานกันดูนะคะ ส่วนผสมแป้ง แป้งข้าวจ้าว 3 ถ้วยตวง ถั่วเขียวเลาะเปลือก 1 ถ้วยตวง ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง น้ำปูนใส 1 ถ้วย วิธีทำส่วนของแป้ง - นำเม็ดถั่วเขียวเลาะเปลือกไปคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลืองกรอบแล้วนำมาป่นให้ละเอียดเตรียมไว้ (ถ้าใครขี้เกียจทำเอง ก็หาซื้อแป้งถั่วทองคั่วแบบสำเร็จก็ได้เค้ามีขายตามท้องตลาด) - ผสมแป้งข้าวจ้าว ถั่วเขียวป่น น้ำตาลทรายรวมกัน ตอกไข่ไก่ลงไป - จากนั้นเติมน้ำปูนใสลงไปทีละน้อยลงบนแป้ง แล้วค่อยๆ นวดแป้งพร้อมกับทยอยเติมน้ำปูนใสที่ละน้อย - นวดจนแป้งเข้ากับส่วนผสมอื่นเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวดประมาณ 10 นาที แล้วจึงเติมน้ำปูนใสที่เหลือจนหมดคนให้เข้ากัน ส่วนผสมครีมน้ำตาล ไข่ขาวของไข่เป็ด 1 ฟอง น้ำตาลปี๊บ 400 กรัม วิธีทำส่วนของครีมน้ำตาล - ผสมไข่ขาวกับน้ำตาลปี๊บ ลงในเครื่องตีใช้เวลาตีประมาณ 20 นาที จนครีมขึ้นฟูก็...

ส้ามะเขือแจ้

วันนี้เรามีอาหารพื้นบ้านของชาวเหนือแท้ๆ โดยเฉพาะเราซึ่งพื้นเพเดิมเป็นสาวชาวน่าน (ก่อนที่จะกลายมาเป็นสาวเจียงใหม่ อิอิ) นั่นก็คือเมนูส้ามะเขือแจ้ ที่มาของเมนูนี้ก็เพราะแฟนไปสำรวจสวนหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน พอกลับขึ้นมาหอบมะเขือแจ้มาด้วย บอกว่าอยากจะกินส้ามะเขือแจ้ หน้าที่เมียที่ดีก็ไม่รีรอรีบสนองความต้องการทันที เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าการส้ามะเขือแจ้สูตรของสาวเมืองน่านจะทำยังไงน๊อ อิอิ สิ่งที่ต้องเตรียม มะเขือแจ้ (มะเขือขื่น) 20 ลูก น้ำปูปลายช้อนโต๊ะ (น้ำปู๋แสนอร่อยของคนเมืองเช่นเรา อิอิ) น้ำปลาร้าต้มสุก 1/2 ถ้วย ตะไคร้ซอย 2 ต้น หอมแดงซอย 4 หัว กระเทียมสับ 4-5 กลีบ ใบมะกรูดหั่นฝอย 4-5 ใบ ใบชะพลูหั่นฝอย7 ใบ ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 4 ใบ พริกขี้หนูป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา วิธีทำส้ามะเขือแจ้ - เราก็มาเริ่มจากนำมะเขือแจ้มาปอกเปลือกออกก่อน นำมะเขือที่ปอกแล้วแช่น้ำไว้ค่ะ (อย่าลืมใส่ถุงมือยางด้วยนะคะ ไม่งั้นมือดำไม่รู้ด้วยน๊า) ซอยมะเขือบางๆ จนหมด - นำมะเขือที่ซอยแล้วใส่ในถุงผ้าขาวบาง ใส่เกลือป่นลงไปด้วย จากนั้นนำไปนวดไปคั้นเอาน้ำมะเขือออก แล้วนำไปนวดกับน้ำเปล่าอีก 2-3 รอบจนกว่ามะเขือจะหมดความ...