ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขนมจีนน้ำยาป่า




เครื่องปรุงน้ำยาป่า
ปลานิล 1 ตัว ( 500 กรัม)
ขาไก่ 6 ขา
กระชายหั่นท่อน 7-8 แง่ง
พริกชี้ฟ้าแห้ง 15 เม็ด
ข่า 4 แว่น
ตะไคร้หั่นฝอย 1 ต้น
ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา
กระเทียม 5 กลีบ
หอมแดง 4 หัว
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วงอก 2 ถ้วย
ถั่วฝักยาวหั่นละเอียด 1/2 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแห้งทอด 1/2 ถ้วย

วิธีทำน้ำยาป่า
- เริ่มจากนำปลานิลมาขอดเกล็ด ล้างน้ำให้สะอาด เลาะเอาแต่เฉพาะส่วนเนื้อปลาเท่านั้น ส่วนขาไก่นำมาล้างแล้วสับเป็นชิ้นๆ
- ตั้งหม้อใส่น้ำยกขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ใบมะกรูดฉีก ตะไคร้ทุบ ขาไก่และเนื้อปลาลงไป ต้มทิ้งไว้จนกว่าเนื้อปลาจะสุก
- ระหว่างนั้นเราก็มาโขลกน้ำพริกกัน โดยโขลกข่า ตะไคร้ พริกแห้ง ผิวมะกรูด กระเทียม หอมแดงและเกลือป่นให้ละเอียด
- ใส่กระชายลงไปตำแค่ให้พอหยาบๆ ใส่กะปิลงไปตำให้เข้ากัน
- พอเนื้อปลาสุก ตักเนื้อปลาใส่ครกตำเบาๆ ให้เนื้อปลาละเอียดเป็นเนื้อเดียวกับน้ำพริก
- ใช้น้ำที่ต้มปลามาตั้งไฟอีกรอบ ตักตะไคร้กับใบมะกรูดทิ้งไป ให้เหลือแต่เฉพาะขาไก่ พอน้ำเดือดตักน้ำพริกใส่ลงไป คนให้เข้ากัน
- ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตามปี๊บ ชิมรสตามชอบ ปิดไฟ ตักน้ำยาป่าราดลงบนจานขนมจีนทานกับถั่วงอก ถั่วฝักยาวและพริกแห้งทอด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แกงกะหล่ำปลีใส่หมู

ไปเที่ยวที่บ้านกลับมาคราวนี้ เราแบกผักสดมาจากบ้านเยอะมาก มีทั้งลูกขนุนอ่อน ถั่วฝักยาว พริกหนุ่ม กระเทียมสด มะเขือเทศ แล้วยังมีกะหล่ำปลีอีกด้วย ทุุกอย่างเป็นผลิตผลจากสวนของน้าซึ่งเป็นน้องชายของแม่ทั้งนั้น วันนี้เราเลยลงมือทำแกงกะหล่ำปลีใส่หมู ซึ่งเป็นสูตรอาหารของชาวเหนือแท้ๆ มาค่ะมาดูว่าแกงกะหล่ำปลีใส่หมูของสาวเหนือเช่นเราทำกันยังไงน๊า สิ่งที่ต้องเตรียม กะหล่ำปลีซอยหยาบๆ 1 หัว (ประมาณ 500 กรัม) เนื้อหมูหั่นชิ้นพอดีคำ 250 กรัม มะเขือเทศสีดาผ่าครึ่ง 5-6 ลูก พริกขี้หนูแห้ง 12 เม็ด กระเทียม 7 กลีบ หอมแดง 2 หัว เกลือป่น 1/2 ช้อนชา กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมผักชีซอย 2-3 ต้น วิธีทำแกงกะหล่ำใส่หมู - เรามาลงมือตำน้ำพริกกันก่อนค่ะ โดยนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม เกลือป่น และกะปิ ใส่ครกตำให้ละเอียด - เอาหมูใส่ลงไปในหม้อ ตักน้ำพริกแกงที่ตำไว้ใส่ตามลงไป - ใช้น้ำเปล่าล้างครกให้เกลี้ยง เทใส่ลงไปในหม้อ คนให้พริกแกงละลาย ยกหม้อขึ้นตั้งไฟ คั่วไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มแห้ง ทีนี้ก็ใส่น้ำลงไปกะให้ท่วมเนื้อหมูและกะหล่ำปลี ตั้งทิ้งไว้รอให้เดือด - พอน้ำในหม้อเดือด ก็ใ่ส่กะหล่ำปลีลงไป ใช้ทัพพีกดเบาๆ ให...

ขนมเบื้องไส้เค็ม

ขนมเบื้องไส้เค็มที่เราทานๆ กันอยู่บ่อยๆ จะสังเกตุเห็นว่าจะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนแป้ง ส่วนที่ 2 คือส่วนของไส้เค็ม ส่วนที่ 3 คือส่วนของครีมน้ำตาล ดูๆ แล้วเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะทำเอง แต่ถ้าได้ลงมือทำจริงๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด ลองเอาสูตรไปทำทานกันดูนะคะ ส่วนผสมแป้ง แป้งข้าวจ้าว 3 ถ้วยตวง ถั่วเขียวเลาะเปลือก 1 ถ้วยตวง ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง น้ำปูนใส 1 ถ้วย วิธีทำส่วนของแป้ง - นำเม็ดถั่วเขียวเลาะเปลือกไปคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลืองกรอบแล้วนำมาป่นให้ละเอียดเตรียมไว้ (ถ้าใครขี้เกียจทำเอง ก็หาซื้อแป้งถั่วทองคั่วแบบสำเร็จก็ได้เค้ามีขายตามท้องตลาด) - ผสมแป้งข้าวจ้าว ถั่วเขียวป่น น้ำตาลทรายรวมกัน ตอกไข่ไก่ลงไป - จากนั้นเติมน้ำปูนใสลงไปทีละน้อยลงบนแป้ง แล้วค่อยๆ นวดแป้งพร้อมกับทยอยเติมน้ำปูนใสที่ละน้อย - นวดจนแป้งเข้ากับส่วนผสมอื่นเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวดประมาณ 10 นาที แล้วจึงเติมน้ำปูนใสที่เหลือจนหมดคนให้เข้ากัน ส่วนผสมครีมน้ำตาล ไข่ขาวของไข่เป็ด 1 ฟอง น้ำตาลปี๊บ 400 กรัม วิธีทำส่วนของครีมน้ำตาล - ผสมไข่ขาวกับน้ำตาลปี๊บ ลงในเครื่องตีใช้เวลาตีประมาณ 20 นาที จนครีมขึ้นฟูก็...

ส้ามะเขือแจ้

วันนี้เรามีอาหารพื้นบ้านของชาวเหนือแท้ๆ โดยเฉพาะเราซึ่งพื้นเพเดิมเป็นสาวชาวน่าน (ก่อนที่จะกลายมาเป็นสาวเจียงใหม่ อิอิ) นั่นก็คือเมนูส้ามะเขือแจ้ ที่มาของเมนูนี้ก็เพราะแฟนไปสำรวจสวนหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน พอกลับขึ้นมาหอบมะเขือแจ้มาด้วย บอกว่าอยากจะกินส้ามะเขือแจ้ หน้าที่เมียที่ดีก็ไม่รีรอรีบสนองความต้องการทันที เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าการส้ามะเขือแจ้สูตรของสาวเมืองน่านจะทำยังไงน๊อ อิอิ สิ่งที่ต้องเตรียม มะเขือแจ้ (มะเขือขื่น) 20 ลูก น้ำปูปลายช้อนโต๊ะ (น้ำปู๋แสนอร่อยของคนเมืองเช่นเรา อิอิ) น้ำปลาร้าต้มสุก 1/2 ถ้วย ตะไคร้ซอย 2 ต้น หอมแดงซอย 4 หัว กระเทียมสับ 4-5 กลีบ ใบมะกรูดหั่นฝอย 4-5 ใบ ใบชะพลูหั่นฝอย7 ใบ ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 4 ใบ พริกขี้หนูป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา วิธีทำส้ามะเขือแจ้ - เราก็มาเริ่มจากนำมะเขือแจ้มาปอกเปลือกออกก่อน นำมะเขือที่ปอกแล้วแช่น้ำไว้ค่ะ (อย่าลืมใส่ถุงมือยางด้วยนะคะ ไม่งั้นมือดำไม่รู้ด้วยน๊า) ซอยมะเขือบางๆ จนหมด - นำมะเขือที่ซอยแล้วใส่ในถุงผ้าขาวบาง ใส่เกลือป่นลงไปด้วย จากนั้นนำไปนวดไปคั้นเอาน้ำมะเขือออก แล้วนำไปนวดกับน้ำเปล่าอีก 2-3 รอบจนกว่ามะเขือจะหมดความ...